สตีเฟ่น เจอร์ราด
ตำแหน่ง หมายเลข
กองกลาง 8
จำนวนนัดในทีมชุดใหญ่ ยิงประตู สถิติทีมชาติ ยิงประตู
479 117 72 14
วันเกิด สถานที่เกิด
30/5/1980 วิสตัน, ลิเวอร์พูล
สโมสรเดิม
เยาวชนลิเวอร์พูล
  • หนึ่งในนักเตะแห่งยุคแทบไม่มีโอกาสเกิดขี้นอย่างง่ายดายนัก โชคดีที่เขาคนนี้สวมหมายเลข 8 ที่แอนฟิลด์

  • กัปตันทีมผู้เป็นแรงบันดาลใจของลิเวอร์พูลได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก พลัง, ความเร็ว, สัมผัสและ ทัศนคติ ไม่เคยยอมแพ้ สตีวี จี มีทุกอย่างครบ และไม่มีเหตุการณ์ไหนมาเทียบเท่าได้เมื่อเขาเป็นกัปตันทีมลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีกที่ อิสตันบุล ในปี 2005

  • สเก๊าเซอร์ผู้น่าตื่นตาตื่นใจ คว้าทุกเหรียญรางวัลให้ลิเวอร์พูลยกเว้นพรีเมียร์ลีก เขายังเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษในปี 2006 และรับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นกลาง MBE จากสมเด็จพระนางเจ้า อลิซาเบธ อีกด้วย

  • ความรักและผูกพันในที่มีต่อทีมลิเวอร์พูลของ เจอร์ราร์ด เริ่มต้นเมื่อเขาเล่นให้ วิสตัน จูเนียร์สด้วยวัย 9 ขวบ 8 ปีหลังจากนั้นเขาเป็นนักเตะฝึกหัดและเซ็นสัญญาอาชีพกับทีม

  • ภาย 12 เดือน เขาติดทีมชุดใหญ่ ลงมาครึ่งหลังแทน เวการ์ด เฮกเก้ม นัดพบกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์สในวันที่ 29 พ.ย. 1998 ปีแรกของเขาเล่นไป 13 นัด จากการบาดเจ็บของ เจมี เรดแนปป์

  • เขาติดทีมชุด 18 และ 21 จากนั้นเล่นทีมชาติชุดใหญ่นัดพบ ยูเครน เดือนพ.ค. 2000 จากนั้นเขาติดทีมชุดยูโร 2000 ในฮอลแลนด์และเบลเยี่ยม แต่เป็นได้แค่ตัวสำรองนัดเดียวเท่านั้น

  • เริ่มต้นฤดูกาล 2003-04 เขายึดตำแหน่งตัวจริงในทีมลิเวอร์พูลได้ และไม่น่าประหลาดใจที่ อูลลิเยร์ กุนซือของทีมให้ปลอกแขนกัปตันทีมแทน ซามี ฮูเปีย

  • ไม่มีอะไรดีไปกว่านั้นอีกแล้วสำหรับ สเก๊าเซอร์ คนนี้ วันที่ 25 พ.ค. 2005 ภายใต้การคุมทีมของ ราฟา เบนิเตซ เขาเป็นกัปตันทีมชูถ้วยยุโรปสมัยที่ 5 ให้กับหงส์แดง

  • ปีนั้นเขาช่วยนำลิเวอร์พูลกลับสู่เส้นทางในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายด้วยการยิงประตูให้ทีมชนะ โอลิมเปียกอส และยังเป็นคนเริ่มทำประตูในนัดชิงชนะเลิศที่อิสตันบุล จนกลายเป็นเกมคัมแบกแห่งประวัติศาสตร์

  • ไม่มีใครเชื่อว่า ลิเวอร์พูลจะชนะ เอซี มิลาน ด้วยสกอร์ที่ถูกนำ 3-0 ช่วงพักครึ่ง จนกระทั่งประตูจากลูกโหม่งของ เจอร์ราร์ด นาทีที่ 54

  • ความเป็นฮีโรของเขาปีนั้นทำให้คว้ารางวัล ผู้เล่นทรงคุณค่าของยูฟา พร้อมทั้งมีชื่อลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมยุโรปอีกด้วย โดยเขาได้อันดับสามต่อจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ โรนัลดินโญ

  • หน้าร้อนปี 2006 ด้วยวัย 26 ปี เขาเป็นห้องเครื่องของทีมและเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกของเขา หลังจากยิงประตูสองลูกในรอบแบ่งกลุ่ม เขาเป็นหนึ่งในสามนักเตะที่ยิงจุดโทษพลาดและแพ้ โปรตุเกสรอบ 8 ทีมสุดท้าย

  • ไอดอลของเดอะ คอป กลับจากเยอรมันด้วยการทำลายสถิติ เอียน รัช ในการยิงประตูสโมสรยุโรป โดยลูกโหม่งของเขาเกมที่พบกับ พีเอสวี เป็นประตูที่ 15 ในการแข่งขัน มากกว่าดาวยิงผู้เป็นตำนานของหงส์แดงอย่าง รัชชี่ ซะอีก

  • เท่านั้นยังไม่พอ ฤดูกาลจบลงด้วยการเข้าชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยหงส์แดงแพ้ มิลาน 2-1 ที่เอเธนส์ แต่ เจอร์ราร์ด ตัดสินใจเซ็นสัญญากับทีมต่ออีก 4 ปี ทำให้เขาเล่นกับทีมจนถึงปี 2011

  • ตอนนี้เขาเป็นตำนานที่ยังไม่แขวนสตั๊ด เป็นกองกลางที่ทำประตู 100 ในสโมสรด้วยฟรีคิกอันทรงพลังนัดพบพีเอสวีเมื่อ ต.ค. 2008 เขาเป็นหนึ่งใน 16 นักเตะลิเวอร์พูลที่ทำได้
สมาชิกทีมลิเวอร์พูล
DANIEL AGGER XABI ALONSO ALVARO ARBELOA
FABIO AURELIO RYAN BABEL YOSSI BENAYOUN
JAMIE CARRAGHER DIEGO CAVALIERI STEPHEN DARBY
PHILIPP DEGEN ANDREA DOSSENA NATHAN ECCLESTON
NABIL EL ZHAR RYAN FLYNN STEVEN GERRARD
PETER GULACSI MARTIN HANSEN SAMI HYYPIA
EMILIANO INSUA STEVEN IRWIN CHARLES ITANDJE
MARTIN KELLY DIRK KUYT CRAIG LINDFIELD
LUCAS LEIVA JAVIER MASCHERANO KRISZTIAN NEMETH
DAVID NGOG DAMIEN PLESSIS PEPE REINA
ALBERT RIERA MARTIN SKRTEL JAY SPEARING
FERNANDO TORRES ANDRIY VORONIN