OLSC Thailand Travel Club
กิจกรรมการเดินทางไปชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของสโมสรลิเวอร์พูลซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกฤดูกาล
ส่วนจะเป็นแมตช์ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยด้วยกัน


ASIA TROPHY 2017


การจัดการแข่งขัน พรีเมียร์ ลีก เอเชีย โทรฟี่ เริ้มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2003 และ ทำการจัดการแข่งขันแบบปีเว้นปีมาอย่างต่อเนื่องในช่วง พรีซีซั่น หรือ ก่อนเปิดฤดูกาล โดยในปี 2017 นี้จะเป็นจัดการแข่งขันครั้งที่ 8 ในนามทัวร์นาเม้นต์นี้ และ จะเป็นครั้งที่ 2 ของที่มเครื่องจักรสีแดงที่ได้มีโอกาสร่วมทำศึกในทัวร์นาเม้นต์นี้ที่วนเวียนมาจัดกันที่ฮ่องกงอีกครั้งหนึ่ง

OLSC Thailand Travel Club ก็ได้มีโอกาสเดินทางไปฮ่องกง และ ชมการแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศของทัวร์นาเม้นต์นี้ด้วย ซึ่ง เดอะเร้ดแม้ชชีนสามารถฝ่าด่าน
สู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จด้วยการ
เอาชนะคริสตัล พาเลซ ได้ด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 0 และ จะได้ชิงแชมป์กับจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้

สาวก ลิเวอร์พูล หลั่งไหล มาจากทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็น ยุโรป เอเชีย อาคเนย์ และ เอเชีย เหนือ ส่วน
จิ้งจอกสยามก็มีกองเชียร์จากเมืองไทยเดินทางไปให้กำลังใจ ผนวกกับ กองเชียร์ชาวอังกฤษ ที่มีทั้งเดินทางมา และ ทำงานอยู่ที่ฮ่องกง ซึ่งจำนวนผู้ชมที่เข้าไปชมในสนามอย่างเป็นทางการในวันนั้นก็คือ 39,498 คน โดยพวกเรานั่งรวมอยู่ท่ามกลางกลุ่มกองเชียร์ ลิเวอร์พูล ในฝั่งเหนือ หรือ North Stand ซึ่งบรรยากาศค่อนข้างคึกคักด้วยสาวกที่มาพร้องกับพร็อบ ผ้าพ้นคอ และ ธงต่างๆทำให้บริเวณนี้งามตาไปด้วยเฉดสีแดง

ข่าวที่น่าดีใจในวันนั้นก่อนที่การฟาดแข้งปจะเริ่มต้นขึ้นก็คือ การเซ็นต์สัญญาคว้าตัวแอนดี้ โรเบิร์ตสั้น แบ๊คซ้ายคนใหม่มาร่วมทีม ดังนั้น กัปตันทีม เจมส์ มิลเนอร์ ยังคงต้องทำหน้าที่แบ๊คซ้ายไปก่อน และ ได้นำลูกทีมเดินลงสนามโดยมี โอริกิ เฟอร์มิโน่ และ สมาชิกใหม่อย่าง โม ซาลาห์ ในแผงหน้าจีนี่ ที่คุมตรงกลาง และ มีลาลาน่า กับ คูทิญโญ่ โลดแล่น อยู่แถบริมเส้นส่วนแผงหลังอีก 3 คนคือ เทร้นท์ มาติป และ ลอฟเร่น โดยมี คาริอุส ยืนเฝ้าเสา ซึ่งก็ถือว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้จัดเอาชุดใหญ่ลงสนามซึ่งก็ถูกใจเหล่าสาวกที่อยู่ใน ฮ่องกง สเตเดี้ยม แมตช์นัดชิงฯ เริ่มต้นด้วยการที่เราเป็นฝ่ายเดินเกมบุก
กับ ครองบอลได้มากกว่า ส่วนเลสเตอร์ตั้งรับและสวนกลับ ซึ่งก็ได้ผลเพราะออกนำไปก่อนจังหวะสวนกลับเร็ว และ ครอสบอลจากด้านซ้ายให้ สลิมานี่ โหม่ง ขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 12การเสียประตูจากลูกสวนกลับยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องนำไปปรับปรุงแก้ไข ซึ่งประตูแรกที่เสียไปในวันนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับทีมงานของคล์อปที่จะนำไปวิเคราะห์และปรับปรุงแก้ไข

หลังจากเสียประตูแรกไป เรายังคงเดินหน้าครองบอลและเปิดเกมบุก โดยอาศัยการทำชิ่ง และ ความว่องไวของผู้เล่นในการฉีกหนีตัวประกบ ซึ่งเพียงแค่ 8 นาที ฟีลิปเป้ คูทิญโญ่ ก็สามารถปลดล็อคกองหลังจิ้งจอกสยาม ด้วยการจ่างที่เฉียบคม เปิดทางให้กับ โม ซาล่าห์ เข้าไปทำประตูตีเสมอได้สำเร็จหลังจากเปิดบอลสวยๆ ให้กับ โม ซาล่าห์ ทำประตูตีเสมอได้ คูทิญโญ่ เองก็สบโอกาสในนาทีที่ 44 เมื่อเขาเลี้ยงบอลเลาะเข้ามาจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปบริเวณหน้ากรอบเขตโทษแล้วปั่นลูกเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงามพร้อมกับเปลี่ยนสกอร์เป็นขึ้นนำ 2 ประตู ต่อ 1 ซึ่งก็เป็น สกอร์ เมื่อจบครึ่งแรก

ในกครึ่งเวลาหลังนั้น ต่างฝ่ายต่างเริ่มทะยอยเปลี่ยนตัวผู้เล่น ซึ่งถึงแม้จะเป็นนัดชิงฯ แต่ก็ยังอยู่ในช่วงพรีซีซั่นที่กำลังเตรียมสภาพร่างกายของผู้เล่นให้กลับมาฟิตเต็มร้อย ก็เลยทำให้รูปเกมอาจจะลดดีกรีความเข้มข้นลงไปแต่ก็ยังมีโอกาสสวยๆ จากลูกจักรยานอากาศของ มาร์โค กรูจิคแต่ในที่สุ
ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ เราจึงเอาชนะ เลสเตอร์ ไปได้ 2 ประตู ต่อ 1 และ คว้าแชมป์ 2017 Premier League Asia Trophy

สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ contact@lfcthailand.com


Back....